ความเป็นมา

          ในปัจจุบันเขตเศรษฐกิจแม่สอดเป็นพื้นที่ที่มีความสําคัญในการเป็นเมืองหน้าด่าน การค้าขายชายแดนที่มีศักยภาพและเป็นประตูการค้าเชื่อมสู่เศรษฐกิจการค้าและ การลงทุนในภูมิภาคที่เชื่อมโยงเส้นทางในพื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) กับประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นพื้นที่ซึ่งมีมูลค่า การค้าเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด กรมทางหลวง ในฐานะหน่วยงานที่มี บทบาทหน้าที่ในการดําเนินการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน ได้รับมอบหมายให้ ดําเนินการสํารวจและออกแบบรายละเอียดสะพานข้ามแม่นํ้าเมยแห่งที่ 2 อําเภอ แม่สอด จังหวัดตาก พร้อมโครงข่าย เพื่อเป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงรองรับ แนวความคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก – ตะวันตก (East-West Economic Corridor) ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่าง ประเทศไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์รองรับปริมาณการเดินทางและ การขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น แนวเส้นทางประกอบด้วยโครงข่ายทางหลวงทั้งใน ฝั่งประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ผ่านสะพานข้ามแม่นํ้าเมย แห่งที่ 2 โดยในการศึกษาจะพิจารณาถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่าง ประเทศ และการพัฒนาทางหลวงให้สอดคล้องกับมาตรฐานเอเซียน (ASEAN Highway Design Standard)

ขอบเขตงานก่อสร้างของโครงการ

              การออกแบบแนวเส้นทางโครงการจะเริ่มต้นที่ทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ 10+850 ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของอนุเสาวรีย์อนุสรณ์ผู้เสียสละประมาณ 300 เมตร หลังจากนั้นแนวเส้นทางจะวิ่งไปทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือโดยผ่านทางด้านใต้ของอ่างเก็บน้ำห้วยลึก ห่างจากอ่างเก็บน้ำห้วยลึกประมาณ 500-700 เมตร และแนวเส้นทางโครงการประมาณหลักกิโลเมตรที่ 4+700 จะตัดกับทางหลวงหมายเลข 105 สายแม่สอด-แม่ระมาด ที่ประมาณหลักกิโลเมตร 2 ที่ 5+500 ซึ่งในช่วงนี้จะเป็นพื้นที่ชุมชนแม่ปะผสมกับพื้นที่เพื่อการเกษตรหลังจากนั้นแนวเส้นทางจะวิ่งไปทางด้านตะวันตกเฉียงใต้จนบรรจบกับแม่น้ำเมย ตลอดแนวเส้นทางในช่วงท้ายจะอยู่ในพื้นที่ของป่ าสงวนแห่งชาติ (ป่าแม่ละเมา) และป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี (ป่ าแม่สอด) ซึ่งลักษณะพื้นที่ในปัจจุบันเป็นป่าเสื่อมโทรมทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร โดยมากจะปลูกอ้อยและข้าวโพด ซึ่งแนวเส้นทางในฝั่งประเทศไทยจะอยู่ในพื้นที่ของอำเภอ แม่สอด และพาดผ่านเพียง 2 ตำบล คือ ตำบลแม่ปะ และตำบลท่าสายลวด โดยแนวเส้นทางที่พาดผ่านตำบลแม่ปะยาวประมาณ 12.20 กิโลเมตร และแนวเส้นทางที่พาดผ่านตำบลท่าสายลวดยาวประมาณ 5.06 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมดในฝั่งประเทศไทย 17.26 กิโลเมตร หลังจากนั้นแนวเส้นทางโครงการยังคงมุ่งหน้าในทิศทางเดิมเข้าสู่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์และเข้าบรรจบกับถนนหมายเลข 85 (สายเมียวดี-กอกะเร็ก) โดยลักษณะของแนวเส้นทางในฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จะมีลักษณะเป็นพื้นที่ชุมชนผสมกับพื้นที่เพื่อการเกษตร ระยะทางรวมในฝั่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ประมาณ 4.14 กิโลเมตร ระยะทางรวมตลอดโครงการทั้งสิ้น 21.40 กิโลเมตร ดังแสดงในรูปที่ 1 การออกแบบรูปตัดทั่วไป การออกแบบรูปตัดทั่วไป (Typical Cross Section) จะพิจารณาโดยกำหนดจากสภาพภูมิประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นในการกำหนดรูปตัด จึงกำหนดรูปตัดทั่วไปขนาด 4 ช่องจราจร เป็น 2 รูปแบบ โดยในฝั่งของประเทศไทยจะกำหนดรูปตัด โดยจะมีช่องจราจรกว้าง ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 2.50 เมตรไหล่ทางด้านขวา กว้าง 1.50 เมตร สำ หรับฉนวนกั้นกลางเป็ นแบบร่อง(Depressed Median) กว้าง 12.10 เมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็ นพื้นที่เพื่อ การเกษตร ดังแสดงในรูปที่ 2 ส่วนรูปตัดทั่วไปฝั่งประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จะกำหนดรูปตัดโดยจะมีช่องจราจรกว้าง ช่องละ 3.50 เมตรไหล่ทางด้านขวา กว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 0.50 เมตร สำหรับฉนวนกั้นกลางเป็ นแบบเกาะยก (Raised Median) กว้าง 5.10 เมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ชุมชน รูปตัดทั้ง 2 รูปแบบ กำหนดให้อยู่ในเขตทาง 60 เมตร ทั้งนี้เนื่องจากในระยะเริ่มแรก (First Stage) เป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร แต่ในระยะสุดท้าย(Ultimate Stage) แสดงไว้ในรูปที่ 4 สามารถขยายจาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่อง จราจร เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น และในช่วงที่ผ่านพื้นที่ชุมชนจะออกแบบ เพื่อก่อสร้างทางบริการเป็นถนนบริเวณสองข้างทางสายหลักของโครงการข้างละ 2 ช่องจราจร มีความกว้าง 3.50 เมตร เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณสองข้างทางสามารถเดินทางไป – มาได้

 Myanmar0 1

 Myanmar0 1

            การออกแบบรูปตัดทั่วไป (Typical Cross Section) จะพิจารณาโดยกำหนดจากสภาพภูมิประเทศเป็นสำคัญ ดังนั้นในการกำหนดรูปตัด จึงกำหนดรูปตัดทั่วไปขนาด 4 ช่องจราจร เป็น 2 รูปแบบ โดยในฝั่งของประเทศไทยจะกำหนดรูปตัด โดยจะมีช่องจราจรกว้าง ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 2.50 เมตรไหล่ทางด้านขวา กว้าง 1.50 เมตร สำ หรับฉนวนกั้นกลางเป็ นแบบร่อง(Depressed Median) กว้าง 12.10 เมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็ นพื้นที่เพื่อ การเกษตร ดังแสดงในรูปที่ 2 ส่วนรูปตัดทั่วไปฝั่งประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จะกำหนดรูปตัดโดยจะมีช่องจราจรกว้าง ช่องละ 3.50 เมตรไหล่ทางด้านขวา กว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 0.50 เมตร สำหรับฉนวนกั้นกลางเป็ นแบบเกาะยก (Raised Median) กว้าง 5.10 เมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นพื้นที่ชุมชน รูปตัดทั้ง 2 รูปแบบ กำหนดให้อยู่ในเขตทาง 60 เมตร ทั้งนี้เนื่องจากในระยะเริ่มแรก (First Stage) เป็นทางหลวงขนาด 4 ช่องจราจร แต่ในระยะสุดท้าย(Ultimate Stage) แสดงไว้ในรูปที่ 4 สามารถขยายจาก 4 ช่องจราจรเป็น 6 ช่อง จราจร เพื่อรองรับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น และในช่วงที่ผ่านพื้นที่ชุมชนจะออกแบบ เพื่อก่อสร้างทางบริการเป็นถนนบริเวณสองข้างทางสายหลักของโครงการข้างละ 2 ช่องจราจร มีความกว้าง 3.50 เมตร เพื่อให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณสองข้างทางสามารถเดินทางไป – มาได้

การออกแบบทางแยก ทางแยกของโครงการจะประกอบไปด้วยทางแยกที่สำคัญ 4 ทางแยก โดยอยู่ในฝั่งประเทศไทย 3 แห่ง ประกอบด้วย ทางแยกที่จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 12 (จุดเริ่มต้นโครงการ) และทางแยกที่จุดตัดกับทางหลวงหมายเลข 105 และทาง แยกที่จุดตัดทางหลวงชนบท ตก. 3002 ส่วนจุดตัดในฝั่งประเทศสาธารณรัฐแห่ง สหภาพเมียนม่าร์ 1 แห่ง คือ ทางแยกที่จุดตัดกับถนนหมายเลข 85 (สายเมียวดี -กอกะเร็ก) รายละเอียดของทางแยกดังกล่าวมีดังนี้ 1. ทางแยกต่างระดับที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 12 ทางแยกต่างระดับที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 12 (จุดเริ่มต้นโครงการ) จะมี รูปแบบเป็นทางแยกรูปตัวที (Trumpet Interchange) โดยมีการก่อสร้างสะพานในแนวของทางหลวงหมายเลข 12 และมีทางเลี้ยวกึ่งตรง (Semi Directional Ramp)ในทิศทางเลี้ยวขวาจากสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ แห่งที่ 2 ไปยังตัวเมือง แม่สอด และมีทางเลี้ยววน (Loop Ramp) ในทิศทางเลี้ยวขวาจากจังหวัดตากไป

 Myanmar0 1

2. ทางแยกต่างระดับที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 105 ทางแยกต่างระดับที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 105 จะมีรูปแบบเป็น Diamond Interchange โดยมีการก่อสร้างสะพานในแนวของทางหลวงสายใหม่ของโครงการในระดับใกล้เคียงกับผิวดิน และก่อสร้างคันทางของทางหลวงหมายเลข 105 ใหม่ โดยลดระดับของผิวถนนของทางหลวงหมายเลข 105 ลงให้ลอดใต้ทางหลวงสายใหม่ สำหรับทิศทางเลี้ยวขวาในทุกทิศทางให้รอสัญญาณไฟจราจร ส่วนทิศทางเลี้ยวซ้ายในทุกทิศทางให้ผ่านตลอด

 Myanmar0 1

3. ทางแยกที่จุดตัดทางหลวงชนบท ตก. 3002 มีลักษณะเป็นทางลอดผ่านโครงสร้างที่สร้างบนถนนของโครงการฯ โดย โครงสร้างจะเป็นทางลอด (Box Culvert) โดยกำหนดให้รถที่ลอดมีขนาดความความสูงไม่เกิน 2.40 เมตร เพื่อให้สามารถลอดใต้ถนนของโครงการได้ 4. ทางแยกที่ตัดกับถนนหมายเลข 85 (เมียวดี – กอกะเร็ก) ทางแยกที่ตัดกับทางหลวงหมายเลข 85 (เมียวดี – กอกะเร็ก) เป็นทางแยกที่ จุดสิ้นสุดโครงการ จะมีรูปแบบเป็นทางแยกระดับดิน (At-grade Intersection)ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร โดยกำหนดให้ทิศทางของทางหลวงสายใหม่ไปกอกะเร็กเป็นทิศทางสายหลัก ทิศทางเลี้ยวขวาในทุกทิศทางสามารถเลี้ยวขวาผ่านตลอด ส่วนทิศทางเลี้ยวซ้ายต้องรอสัญญาณไฟจราจร

 Myanmar0 1

การออกแบบโครงสร้างสะพาน โครงสร้างสะพานของโครงการในเบื้องต้นประกอบไปด้วย 3 รูปแบบ กล่าวคือ 1. สะพานข้ามแม่นํ้าเมย สะพานข้ามแม่น้ำเมยได้กำหนดให้มีช่องจราจรกว้าง ช่องละ 3.50 เมตร 2 ช่องจราจร และการออกแบบเป็น Balance Cantilever โดยมีความยาวช่วงกลาง 120 เมตร และความยาวที่ต่อจากช่วงกลางข้างละ 75 เมตร ต่อด้วย Viaduct ที่มีความยาวช่วง 35 – 40 เมตร รวมความยาวของสะพาน 760 เมตร

 Myanmar0 1

2. สะพานข้ามทางแยก แนวเส้นทางของโครงการมีการเชื่อมโยงและตัดผ่านทางหลวงสายสำคัญ ได้แก่ ทางหลวงหมายเลข 12 และทางหลวงหมายเลข 105 ดังนั้น เพื่อให้การจราจรมี ความคล่องตัว เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ทาง จึงได้ดำเนินการออกแบบจุดที่ทางหลวงตัดกันให้มีรูปแบบเป็นทางแยกต่างระดับ (Interchange) ส่วนรูปแบบโครงสร้างสะพานข้ามแยก มีรายละเอียด ดังนี้ 3. สะพานข้ามแยกที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 12 มีลักษณะเป็นถนนลอดผ่านโครงสร้างที่สร้างบนทางหลวงหมายเลข 12 โดยโครงสร้างจะเป็นคานรูปตัวไอ (I – Girder) มีขนาดความลึกของคาน 1.90 เมตรมีความยาวช่วง 36 เมตร ออกแบบเป็นชนิดให้แรงทีหลัง (Post-Tension) ดังแสดง

 Myanmar0 1

4. สะพานข้ามแยกที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 105 มีลักษณะเป็นถนนอยู่ด้านบนที่ระดับผิวดิน โดยก่อสร้างเป็นโครงสร้างสะพานมีโครงสร้างเป็นคานรูปตัวไอ (I – Girder) มีขนาดความลึกคาน 2.30 เมตร มีความยาวช่วง 45 เมตร ออกแบบเป็นชนิดให้แรงทีหลัง (Post-Tension) และดำเนินการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 105 ให้ลดระดับหลังถนนเดิมลง เพื่อให้สามารถลอดใต้ถนนของโครงการได้

 Myanmar0 1

การออกแบบด่านพรมแดนและจุดสลับทิศทาง การออกแบบด่านพรมแดนของโครงการ จะประกอบไปด้วยด่านพรมแดน 2 แห่ง คือ ด่านพรมแดนฝั่งประเทศไทย และด่านพรมแดนฝั่งประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ นอกจากนี้ยังได้ออกแบบจุดสลับทิศทางด้วย ในเบื้องต้นได้ กำหนดจุดสลับทิศทางไว้ที่ฝั่งประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 และด่านข้ามพรมแดนในประเทศไทย และรูปแบบทางสถาปัตย์ของด่านพรมแดนทั้ง 2 แห่ง จะดำเนินการออกแบบในสอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศนั้นๆ

 Myanmar0 1

 Myanmar0 1