วันนี้ (31 มกราคม 2561) เวลา 9:00 น. ณ ห้องแกรนด์บอลรูม 1-2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิด งานสัมมนาเผยแพร่ข้อมูลโครงการก่อนประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน ในการดำเนินงานและบำรุงรักษา โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน–นครราชสีมา และ สายบางใหญ่–กาญจนบุรี เพื่อประชาสัมพันธ์รายละเอียดโครงการ รูปแบบการลงทุน ร่างเอกสารเงื่อนไขการร่วมลงทุน พร้อมรับฟังความคิดเห็นและตอบข้อซักถามจากผู้ที่สนใจในโครงการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานสัมมนามากกว่า 300 คน งานสัมมนาวันนี้ กรมทางหลวงเผยถึงรูปแบบการให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี ว่าเป็นแบบ PPP Gross Cost มีการแบ่งกรอบระยะเวลาการลงทุน 2 ระยะ

 • ระยะที่ 1 เอกชนออกแบบและลงทุนก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นๆ ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน โดยทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมทางหลวง

 • ระยะที่ 2 เอกชนดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการทั้งหมด ทั้งส่วนงานโยธาที่กรมทางหลวงเป็นผู้ลงทุนและงานส่วนที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนินการบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและมอบให้กรมทางหลวง ระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 30 ปี นับแต่เปิดให้บริการ ซึ่งรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ โดยผลตอบแทนที่รัฐจะจ่ายกลับคืนให้เอกชน (AP) แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1) ค่าลงทุนก่อสร้างงานระบบ และ 2) ค่าจ้าง การดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ซึ่งหากเอกชนไม่สามารถบริหารจัดการได้ตามเงื่อนไขที่ตกลงไว้ กรมทางหลวงจะคิดค่าปรับตามเงื่อนไขข้อกำหนดตามสัญญา สำหรับการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในโครงการ กรมทางหลวงจะเร่งเดินหน้าดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 โดยมีลำดับขั้นตอนหลังจากงานสัมมนาในวันนี้ ดังนี้

- กุมภาพันธ์ ประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน

- มีนาคม ขายซองเอกสาร

- มีนาคม - กรกฎาคม เอกชนจัดทำเอกสารและยื่นข้อเสนอ

- กรกฎาคม - กันยายน ประเมินข้อเสนอและเจรจาต่อรอง

- ตุลาคม - พฤศจิกายน ตรวจร่างสัญญาและเสนอขออนุมัติผลการคัดเลือก

- ธันวาคม คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและลงนามสัญญา

กรมทางหลวงจะนำข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ร่วมสัมมนาไปปรับปรุงการจัดทำข้อเสนอการร่วมลงทุนและสัญญาการร่วมลงทุน โดยคาดหวังว่าการจัดสัมมนาในครั้งนี้จะช่วยให้นักลงทุนผู้สนใจทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ที่มีประสบการณ์ความรู้ความชำนาญด้านการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีงานระบบที่เกี่ยวข้องได้รับทราบข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้นและเป็นการเตรียมความพร้อมให้เอกชนผู้สนใจในการเตรียมตัวยื่นข้อเสนอเข้าร่วมลงทุนโครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบมอเตอร์เวย์ของประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพทัดเทียมมาตรฐานสากล ต่อขยายเสริมโครงข่ายโลจิสติกส์ เชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาค และเพิ่มขีดความสามารถด้านการค้าการลงทุน สร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารข้อมูลและความคืบหน้าของโครงการได้ที่ http://www.doh-motorway.com