ข่าวประชาสัมพันธ์

          กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพาน จะทำการก่อสร้างเสาตอม่อสะพานตรงบริเวณร่องกลางทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ระหว่าง กม.99+000 ถึง 100+000 บริเวณสะพานต่างระดับพระพุทธฉาย จ.สระบุรี จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงและปิดการจราจรเพื่อตั้งนั่งร้านก่อสร้างคานขวางของงานสะพาน Ramp 405, Ramp 406, Ramp 411 รวม 3 แห่ง โดยมีกำหนดการปิดเบี่ยงการจราจร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึง วันที่ 15 กันยายน 2561 หรือจนกว่างานจะแล้วเสร็จ

          ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินทางช่วงวันและเวลาดังกล่าว และโปรดสังเกตป้ายเสริม ป้ายแนะนำ ที่กรมทางหลวงได้ติดตั้งไว้ และใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของท่านและผู้ร่วมทาง ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้การจราจรติดขัด ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และ ขอความร่วมมือ “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดนิรภัย” ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆระหว่างดำเนินการได้ที่แขวงทางหลวงสระบุรี โทร. 0 3621 1105 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

กรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำ  เดือนพฤษภาคม 2561 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 895 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 142 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 716 คน จำนวนรถ ที่เกิดอุบัติเหตุ 1,181 คัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 13 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕60 จำนวนอุบัติเหตุลดลงจากปีที่ผ่านมา 1% ผู้เสียชีวิตลดลง 28% บาดเจ็บลดลง 9% จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุลดลง 5% ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 65% (559 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ หลับใน 8% (67 ครั้ง) การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 7% (56 ครั้ง) และอุปกรณ์รถบกพร่อง 4% (33 ครั้ง) 

สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 58% (494 ครั้ง) ทางโค้งปกติ 17% (149 ครั้ง) และทางแยกระดับเดียวกัน 7% (62 ครั้ง) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 36% (421 คัน) รถยนต์นั่ง 21% (247 คัน) และรถจักรยานยนต์ 13% (154 คัน) ซึ่งหากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเส้นทางในภาคเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 26% ภาคตะวันออกเหนือ 21% และภาคใต้ 15% นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 304 วังน้ำเขียว – ดอนขวาง จำนวน 14 ครั้ง หากจำแนกตามรายจังหวัดพบว่าจังหวัดนครราชสีมาเกิดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาได้แก่ จังหวัดตาก และจังหวัดสุพรรณบุรี ตามลำดับ 

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะที่วิ่งบนทางหลวง ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุ  ที่อาจเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมทาง รวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลต่อไป  

หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

นายอภิสิทธิ์ พรหมเสน รองอธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ด้วยขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงฤดูฝนซึ่งได้รับอิทธิพลจากดีเปรสชั่นและมรสุมทำให้เกิดฝนตก น้ำท่วม และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะจังหวัดทางภาคกลาง ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง 

กรมทางหลวง จึงได้เตรียมความพร้อมในช่วงฤดูฝนโดยให้หน่วยงานในพื้นที่ (สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวง) ซึ่งมีความพร้อมทั้งบุคลากร เครื่องมือ และเครื่องจักร เฝ้าระวังเหตุที่อาจเกิดขึ้นและดำเนินการช่วยเหลือตามการร้องขอของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การก่อสร้างสะพานเบลี่ย์ (โครงสร้างสะพานเหล็กชั่วคราว)     การเคลื่อนย้ายสัมภาระสิ่งของและยานพาหนะ การเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางออกจากถนน เป็นต้น นอกจากนี้  ได้สั่งการให้เร่งขุดลอกคูคลอง 2 ข้างทาง ทำความสะอาดอาคารระบายน้ำ กำจัดเศษขยะและวัชพืชให้พ้นการกีดขวางทางระบายน้ำ ออกตรวจสายทางในช่วงที่ฝนตกในพื้นที่ที่คาดว่าจะเกิดปัญหาน้ำท่วมขังถนน เพื่อเตรียมความพร้อมในการแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที และบรรเทาความเดือดร้อนอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากเกิดภัยพิบัติขึ้นหน่วยงานในพื้นที่ต้องเร่งแก้ไขให้การจราจรใช้การได้ในเบื้องต้นทันที พร้อมทั้งให้ศูนย์สร้างทาง ศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน เตรียมพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงานในกรณีถนน หรือสะพานขาด   โดยการติดตั้งป้ายเตือน ป้ายแนะนำ อุปกรณ์อำนวยความสะดวก รวมถึง ให้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ของจังหวัดและบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามและรายงานข้อมูลสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ผู้บริหารรับทราบเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและหลังจากเกิดภัยให้ติดตามเร่งสำรวจ ตรวจสอบ รายงานความเสียหาย พร้อมข้อเสนอแนะ วิธีการป้องกันให้ผู้บริหารวินิจฉัยสั่งการจัดทำแผนซ่อมบูรณะฟื้นฟูสู่สภาพเดิมโดยเร็วต่อไป 

ทั้งนี้ ในช่วงฤดูฝนกรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางขับขี่อย่างระมัดระวัง ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด เพื่อความปลอดภัยของท่านและผู้ร่วมใช้ทาง หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือหรือไม่ได้รับความสะดวกใน การเดินทาง สามารถแจ้งได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ทั่วประเทศ หรือ สายด่วน     กรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

ขอเชิญประชาชนร่วมแสดงความคิดเห็น ร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ การอนุญาต การกำหนดอัตรค่าตอบแทน ระยะเวลาและเงื่อนไขการลงทุนจัดให้มีหรือเข้าบริหารจัดการท่าเรือ เรือหรือพาหนะสำหรับขนส่งข้ามฟาก ที่พักริมทาง หรือสิ่งก่อสร้างอื่นใดในแขตทางหลวงแผ่นดิน ทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทาน

- ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่ E-mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

- รายละเอียดของร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการฯ

กรมทางหลวง โดยสำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) จะดำเนินการติดตั้งคานคอนกรีตอัดแรง จำนวน 8 คานบนทางหลวงหมายเลข 31 (ถนนวิภาวดีรังสิต) ที่กม.24 (หน้าวัดดอนเมือง) กรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรทางคู่ขนานจำนวน 2 ช่องจราจร  ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายน 2561  เวลา 22.00 – 04.00 น. โดยจะให้รถวิ่งในช่องทางหลักเท่านั้น

ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้การจราจรติดขัด ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวงต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและโปรดหลีกเลี่ยงเส้นทางในช่วงวันและเวลาดังกล่าว พร้อมขอความร่วมมือใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆระหว่างดำเนินการได้ที่สำนักงานทางหลวงที่ 13 (กรุงเทพ) กรมทางหลวง โทร. 0 2521 0581 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)