เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขี้น เนื่องจากหญ้าแฝกเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ง่าย มีรากที่ยาว แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผง และง่ายต่อการรักษา เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๓๔ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริเป็นครั้งแรกให้หน่วยงานต่าง ๆ ทำการศึกษา ทดลอง และดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อเป็นการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและเพื่อประโยชน์อื่น ๆ หน่วยงานทั้งหลายจึงได้รับสนองพระราชดำริตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นผู้ประสานงาน

พระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการศึกษาทดลองเกี่ยวกับหญ้าแฝกมีใจความสรุปได้ว่า

๑. หญ้าแฝกเป็นพืชที่มีระบบรากลึก แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผงเหมือนกำแพง ช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี จึงควรนำมาศึกษาทดลองปลูก ให้ทดลองปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของดินในพื้นที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาและพื้นที่อื่น ๆ ที่เหมาะสมอย่างกว้างขวาง

๒. การดำเนินการทดลองการปลูกหญ้าแฝก ให้พิจารณาลักษณะของภูมิประเทศ ซึ่งแบ่งตามลักษณะของพื้นที่ดังนี้

ก. การปลูกหญ้าแฝกบนพื้นที่ภูเขา ให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางของความลาดชันและในร่องน้ำของภูเขา เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและช่วยเก็บความชื้นในดินไว้ด้วย
ข. การปลูกหญ้าแฝกบนพื้นที่ราบ ให้ดำเนินการในลักษณะดังนี้
- ปลูกโดยรอบแปลง
- ปลูกลงในแปลง แปลงละ ๑ หรือ ๒ แนว
- สำหรับแปลงพืชไร่ ให้ปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่
ค. การปลูกหญ้าแฝกรอบสระน้ำ เพื่อป้องกันอ่างเก็บน้ำมิให้ตื้นเขินอันเนื่องมาจากตะกอนจากการพังทลายของดิน ตลอดจนช่วยรักษาดินเหนืออ่าง และช่วยให้ป่าไม้ในบริเวณพื้นที่รับน้ำทวีความสมบูรณ์ขี้นอย่างรวดเร็ว
ง. การปลูกหญ้าแฝกเหนือบริเวณแหล่งน้ำ ปลูกแฝกเป็นแนวป้องกันตะกอนดินและกรองของเสียต่าง ๆ ที่ไหลลงในแหล่งน้ำทั้งนี้ให้บันทึกภาพก่อนดำเนินการและหลังการดำเนินการไว้เป็นหลักฐาน

๓. ผลของการศึกษาทดลอง ควรเก็บข้อมูลทั้งทางด้านการเจริญเติบโตของลำต้นและราก ความสามารถในการอนุรักษ์ความสมบูรณ์ของดินและการเก็บความชื้นในดินและเรื่องพันธุ์หญ้าแฝกต่าง ๆ

            ด้วยกรมทางหลวงเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและน้ำ รวมไปถึงผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากการชะล้างพังทลายของดินเชิงลาดถนน ได้ร่วมในโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยได้กำหนดเป็นนโยบายให้หน่วยงานด้านบำรุงทางและก่อสร้างทาง โดยเฉพาะทางหลวงที่ตัดใหม่ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินลาดคันทางและลาดเหนือคันทางในสายทางต่าง ๆ พร้อมทั้งส่งเสริมแผยแพร่ข้อมูลเทคนิควิชาการเกี่ยวกับหญ้าแฝกแก่หน่วยงานในส่วนภูมิภาค และจัดทำวิดีทัศน์โครงการปลูกหญ้าแฝกเกี่ยวกับการประยุกต์ เทคนิควิธีการปลูกหญ้าแฝกในงานทาง


             พื้นที่เป้าหมายใการดำเนินการปลูกหญ้าแฝกของกรมทางหลวงคือ เชิงลาดดินตัดเหนือคันทาง (Back Slope) เชิงลาดดินถมคันทาง (Side Slope) ที่สูงและมีแนวโน้มที่จะเกิดการชะล้างพังทลายของดิน สำหรับสายทางในพื้นที่ ภูเขา ภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยดินทรายที่สลายตัวมาจากหินแกรนิตและหินทราย เป็นพื้นที่เป้าหมายเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและการอนุรักษ์ดิน 
 

การปลูกหญ้าแฝกบริเวณเชิงลาดทางมีอยู่ ๒ ลักษณะ ขึ้นอยู่กับสภาพความรุนแรงหรือแนวโน้มของการจะเกิดการชะล้างพังทลายของเชิงลาดทางคือ

๑. การปลูกในพื้นที่เชิงลาดที่มีแนวโน้มของการเกิดการชะล้างพังทลายของดินต่ำ การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่เชิงลาดนี้เป็นรูปแบบการปลูกโดยทั่วไปมีลักษณะการปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวขวางแนวลาดเท โดยมีระยะห่างระหว่างกอกล้าแฝกในแถวอยู่ในช่วง ๑๐ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างแถวที่ปลูกตามแนวลาดเท ประมาณ ๑.๐๐ เมตร

๒. การปลูกในพื้นที่เชิงลาดที่ได้เกิดการชะล้างพังทลายหรือมีแนวโน้มของการเกิดการชะล้างพังทลายของดินสูง การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลักษณะนี้เพื่อลดหรือป้องกันไม่ให้การพังทลายของดินเกิดลุกลามขยายตัวรุนแรงขึ้น หรือเป็นการปลูกในงานก่อสร้างแก้ไขการเคลื่อนตัวของดิน ลักษณะการปลูกจะลดระยะห่างระหว่างกอกล้าแฝกในแถวเป็น ๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างแถวที่ปลูกตามแนวลาดเทประมาณ ๕๐ เซนติเมตร

 

จากการดำเนินการโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกของกรมทางหลวง สามารถสรุปผลการดำเนินการได้ดังนี้

            ๑. การปลูกหญ้าแฝกบริเวณพื้นที่เชิงลาดถนนสามารถป้องกันหรือลดการชะล้างพังทลายของดินได้ และเป็นวิธีการที่ใช้เทคโนโลยีอย่างง่าย ราคาถูก ให้ผลทางด้านสิ่งแวดล้อมที่ดี
            ๒. การป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน โดยการปลูกหญ้าแฝกเป็น "Long Term Stabilized Slope" ในสภาวะที่เหมาะสมหลังการปลูกเป็นเวลาประมาณ ๑ ปี หรือ ๑ ฤดูฝน หญ้าแฝกจึงจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินได้ เนื่องจากรากจะเจริญเติบโตยาวประมาณ ๑ เมตร และกอหญ้าแฝกในแถวจะเจริญเติบโตชิดติดกัน
            ๓. ช่วงระยะเวลาการปลูกที่เหมาะสมสำหรับการปลูกหญ้าแฝกเป็นช่วงตันฤดูฝนหรือช่วงระยะเวลาในฤดูฝน
            ๔. ปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การปลูกหญ้าแฝกประสบผลสำเร็จจ ได้ผลดีมีอัตราการรอดตายสูง คือ ช่วงระยะเวลาการปลูกที่เหมาะสม การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ภาคใต้ได้ผลดี เนื่องจากมีฤดูฝนยาวนานถึง ๗ เดือน
            ๕. การปลูกหญ้าแฝกในบริเวณลาดดินถมคันทาง (Side Slope) จะได้ผลดี หญ้าแฝกมีการเจริญเติบโตดีกว่าการปลูกบริเวณลาดดินตัดเหนือคันทาง (Back Slope) เนื่องจากสภาพความสมบูรณ์และลักษณะความแน่นของดิน
            ๖.หลังการปลูกหญ้าแฝกมีความจำเป็นที่ต้องดูแลรักษา กำจัดวัชพืช และใส่ปุ๋ย เป็นเวลา ๑ - ๒ ปี
            ๗. การปลูกหญ้าแฝกในบริเวณที่มีแนวโน้มที่จะเกิดการชะล้าง พังทลายของดินได้สูงหรือรุนแรงหรือบริเวณที่ได้เกิดการเคลื่อนตัวของดินแล้วให้ลดระยะห่างของการปลูกลงโดยมีระยะห่างระหว่างกอแฝก             ๕ เซนติเมตร และมีระยะห่างระหว่างแถว ๕๐ เซนติเมตร
            ๘. กล้าหญ้าแฝกที่ปลูกควรเป็นกล้าแฝกที่ปลูกชำในถุงพลาสติกที่อภิบาลไว้ก่อนนำไปปลูกประมาณ ๔๕ - ๖๐วัน
            ๙. การปลูกหญ้าแฝกในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ภาคเหนือหญ้าแฝกไม่เจริญเติบโตหรือเจริญเติบโตไม่ดี เนื่องจากหญ้าในพื้นที่หรือวัชพืชเจริญเติบโตงอกงามและแพร่พันธุ์ได้เร็วกว่า

            กรมทางหลวงได้นำเทคนิควิธีการหญ้าแฝกมาประยุกต์ใช้ในการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินเชิงลาดถนนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ จนถึงปัจจุบัน และได้มีการฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้เทคนิคการปลูกหญ้าแฝกในงานทางแก่เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงในส่วนภูมิภาค เพื่อเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงได้มีความรู้เข้าใจถึงประโยชน์ของหญ้าแฝกในการป้องงกันการชะล้างพังทลายของดิน เป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นและประหยัดงบปประมาณด้านบำรุงรักษา โดยได้มีการนำหญ้าแฝกมาใช้ประโยชน์ปลูกในสายทางต่าง ๆ ที่มีปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ในสายทางพื้นที่ภูเขาภาคเหนือ-ภาคใต้ ในลักษณะที่เป็นงานส่วนหนึ่งซี่งสามารถกระทำได้เป็นปกติ ที่ดำเนินการได้เอง เมื่อเกิดปัญหาในงานบำรุงปกติ งานก่อสร้างแก้ไขการเคลื่อนตัวของเชิงลาด (Slide) ตลอดจนแขวงการทางบางแห่งได้มีการปลูกขยายพันธุ์กล้าหญ้าแฝกสำรองไว้ใช้เอง

            กรมทางหลวงได้ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่สายทางงานก่อสร้างทางและงานบำรุงทาง ในแต่ละปีประมาณ ๔ ล้าน กล้า เพื่อเป็นการ "ปลูกหญ้าแฝก ปลูกแผ่นดิน" ตามแนวพระราชดำริ


การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบวิธีหญ้าแฝก (VETIVER SYSTEM)
ในงานทาง เพื่อความยั่งยืน และลดการบำรุงรักษา

            กรมทางหลวงได้ดำเนินการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการนำเทคนิควิธีการปลูกหญ้าแฝกมาใช้ในงานทาง เพื่อลดหรือป้องกันผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม การป้องกันแก้ไขความเสียหายเชิงลาดทางจากการชะล้างพังทลายของดินในสายทางพื้นที่ภูเขา ตั้งแต่ปี 2536 เนื่องจากหญ้าแฝกมีระบบรากยาว(2.5 – 3 ม.) แผ่กระจายหยั่งลึกสานกันหนาแน่นยึดเม็ดดินไว้ สามารถป้องกันการชะล้างพังทลายและการวิบัติเคลื่อนตัวระดับตื้นของดินเชิงลาดได้ ในแต่ละปี กรมทางหลวงดำเนินการปลูกหญ้าแฝกประมาณ 2.5 – 4 ล้านกล้า และมีโครงการ/กิจกรรมงานด้าน หญ้าแฝกที่ดำเนินงานในรูปคณะกรรมการและคณะทำงานร่วมกับส่วนราชการอื่นๆอยู่ 3 คณะคือ

            1) คณะกรรมการโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษ เพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) เป็นแกนกลางในการประสานงานดำเนินการมี 35 หน่วยงานร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ท่านอธิบดี กรมทางหลวงร่วมเป็นคณะกรรมการฯ ดำเนินการตั้งแต่ปี 2536 – ปัจจุบันตามแผนแม่บทการพัฒนา และรณรงค์การใช้หญ้าแฝกฉบับที่ 1 – 3 (ฉบับที่3 ปี พ.ศ.2546 – 2549) ภายในแผนปฏิบัติการ โครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริของกรมทางหลวง ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2546 คือแผนงานการส่งเสริม การปลูกหญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ สายทางพื้นที่ภูเขาที่มีปัญหาการชะล้างพังทลายของดิน ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกประมาณปีละ 2.5 – 3.5 ล้านกล้าประกอบด้วย
                 - โครงการปลูกหญ้าแฝกงานด้านบำรุงทาง กิจกรรมการปลูกหญ้าแฝกสำนักทางหลวง ประกอบด้วยสำนักทางหลวงที่ 1,2,4,6,9,13,14 และ 15
                 - โครงการปลูกหญ้าแฝกงานก่อสร้างสายทาง กิจกรรมการปลูกหญ้าแฝก โครงการก่อสร้างศูนย์สร้างทาง ประกอบด้วยศูนย์สร้างทางสงขลา, ขอนแก่น , ลำปางและตาก

            2) คณะทำงานปลูกหญ้าแฝกมูลนิธิโครงการหลวง ดำเนินการตั้งแต่ ก.ย. 2546 – ปัจจุบัน ท่านอธิบดีกรมทางหลวงร่วมเป็นคณะทำงาน ได้รับเงินสนับสนุนการปลูกหญ้าแฝกและศึกษา ในทางหลวงหมายเลข 3272 บ.ไร่ – ปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ ปี 2547 – 2549 ประมาณ 3 ล้านบาท และทางหลวงหมายเลข 1265 ตอน อ.ปาย – วัดจันทร์ ศูนย์สร้างทางลำปาง ประมาณ 338,400 บาท ปี 2547 – 2548 ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกประมาณ 6 แสนกล้า

            3) โครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติฯ ประจำปี 2549 – 2550 จัดตั้งเมื่อ 9 พฤษภาคม 2548 ท่านปลัดกระทรวงคมนาคมหรือผู้แทนเป็นกรรมการฯ กรมพัฒนาที่ดินเป็นแกนกลางในการประสานงาน ดำเนินการและให้การสนับสนุนพันธุ์กล้าหญ้าแฝก กระทรวงคมนาคม มอบหมายให้กรมทางหลวง ร่วมดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมีแผนงานการปลูกหญ้าแฝกโดยสำนักทางหลวง และศูนย์สร้างทางในปีต่างๆดังนี้
                 - ปี 2549 ประมาณ 2,800,000 กล้า
                 - ปี 2550 ประมาณ 4,500,000 กล้า
           
             โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบ วิธีหญ้าแฝกในงานทาง เพื่อความยั่งยืน และลดการบำรุงรักษา

             การปลูกหญ้าแฝกในงานทางมีความแตกต่างจากการปลูกในพื้นที่เกษตรกรรม ทั้งในความลาดชันของพื้นที่ และปริมาณแร่ธาตุอาหารที่จำเป็นแก่การเจริญเติบโตของพืช ยิ่งกว่านั้นในบางพื้นที่ หญ้าแฝกไม่เจริญเติบโตหรือตายไม่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ปลูกหลังการปลูก 1-2 ปี โดยจะถูกวัชพืชที่เป็นหญ้าท้องถิ่นซึ่งเจริญเติบโตได้ดีกว่าปกคลุม ทำให้มีความจำเป็นต้องทำการดูแล รักษากำจัดวัชพืช โครงการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการ การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบวิธีหญ้าแฝกนี้ ดำเนินการในทางหลวงหมายเลข 3272 ตอนบ้านไร่ – ต่อเขตควบคุมองค์การบริหารส่วนตำบลปิล๊อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี (รูปที่ 1) กำหนดพื้นที่ปลูก แปลงทดลอง 7 แห่ง รวม 21 แปลงทดลอง ระยะเวลาดำเนินการโครงการฯ ปี 2547 – 2549 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากมูลนิธิโครงการหลวง 3 ล้านบาท ทำการศึกษาวิจัย 3 ลักษณะ คือ
               - การศึกษาเปรียบเทียบ วิธีการบำรุงรักษาหลังการปลูก เพื่อหาวิธีการและค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษา
               - การศึกษาเปรียบเทียบประสิทธิภาพการปิดกั้นวัชพืชโดย พืชถั่ว Arachis Pinto เพื่อปรับปรุงรูปแบบการ ปลูกหญ้าแฝกให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเกิดความยั่งยืนคงอยู่ในพื้นที่ โดยการนำพืชที่เป็นประโยชน์และสามารถปลูกร่วมกับหญ้าแฝกได้ดีเช่น ถั่ว Pinto ซึ่งเป็นพืชที่มีลักษณะ เจริญเติบโตเลื้อยแนบติดดินสามารถปิดกั้นวัชพืช มาปลูกระหว่างแถวหญ้าแฝก อันจะเป็นผลให้ลดค่าใช้จ่าย ในการบำรุงรักษาหลังการปลูก(กำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ย) รูปที่ 2
               - การศึกษาเปรียบเทียบหารูปแบบการปลูกถั่ว Arachis Pinto ที่เหมาะสม เพื่อหาระยะห่างระหว่างกล้าและแถวของการปลูกถั่ว Pinto ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

             ดำเนินการจัดเก็บข้อมูล อัตราการเจริญเติบโต %การรอดตาย ค่าใช้จ่ายในการปลูก การบำรุงรักษา อัตราการปกคลุมพื้นที่โดยวัชพืชและการปกคลุมพื้นที่ปิดกั้นวัชพืชโดยถั่ว Pinto การปลูกหญ้าแฝก ในงานทางให้ได้ผลดีมีความยั่งยืน

             จากการศึกษาพบว่า มีความจำเป็นต้องทำการปรับปรุงดิน โดยการรองก้นหลุมปลูกด้วยปุ๋ยมูลไก่ หนาประมาณ 2 ซม.(0.6 กก.) หรือใช้ปุ๋ยคอกประมาณ 2 กก.ผสมปุ๋ยเคมีสูตร 15:15:15 หรือ 16:16:16 ประมาณ 60 กรัมต่อความยาวแถวร่องปลูก 1 เมตร กล้าแฝกที่ปลูกควรเป็นกล้าที่เพาะชำในถุงเพาะชำ ที่มีอายุประมาณ 45 – 60 วัน ช่วงระยะเวลาการปลูกที่เหมาะสมเป็นต้นฤดูฝนประมาณ เดือนพฤษภาคม และสำหรับภาคใต้ เดือนพฤศจิกายนสำหรับพื้นที่ฝั่งทะเลตะวันออกและมีนาคมสำหรับฝั่งทะเลอันดามัน รูปแบบการปลูกหญ้าแฝกปลูกระยะห่างระหว่างแถวประมาณ 1 เมตร ระยะห่างระหว่างกอในแถว 10 ซม. กรณีปลูกในพื้นที่วิกฤต ลดระยะห่างระหว่างแถวลงเป็น 0.5 เมตร ต้องมีการบำรุงรักษาหลังการปลูก 1 – 2 ปี หญ้าแฝกสามารถแตกกอชิดติดกันภายในเวลาประมาณ 4 เดือน พืชถั่ว Pinto มีความเหมาะสมที่ปลูกร่วมกับ หญ้าแฝก และมีประสิทธิภาพสามารถ ปิดกั้นวัชพืชได้โดยปกคลุมพื้นที่ประมาณ 25 – 30 % ภายใน ระยะเวลาประมาณ 4 เดือน และ 80 – 90 % ภายใน 1 ปี (รูปที่ 3) ทำให้ลดค่าใช้จ่ายความจำเป็นในการ กำจัดวัชพืชและใส่ปุ๋ย รูปแบบการปลูกถั่ว Pinto ที่เหมาะสม คือ 10 X 10ซม. และ 25 X 25 ซม.

             ผลจากการศึกษาจะนำมาปรับปรุง กำหนดอัตราราคาค่างาน รูปแบบการปลูกและปรับปรุงจัดทำ แบบมาตรฐานการปลูกหญ้าแฝกสำหรับงานทางขึ้นใหม่ จัดทำคู่มือการปลูกหญ้าแฝกสำหรับงานทาง อันจะเป็นประโยชน์สำหรับกรมทางหลวง และส่วนราชการวิศวกรรมงานทางอื่นๆ

 


รูปที่ 1 การปลูกหญ้าแฝกป้องกันการชะล้างพังทลายและเพิ่มเสถียรภาพเชิงลาดทาง
ทางหลวงหมายเลข 3272 ตอน บ.ไร่ – ปิล๊อก (อ.ทองผาภูมิ) กม. 15+325 – 15+510 
 
 
  
รูปที่2 การนำพืชตระกูลถั่ว Pinto ปลูกระหว่างแถวหญ้าแฝก
เพื่อปิดกั้นวัชพืช ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา  
 
 
 
รูปที่ 3 การปิดกั้นวัชพืชของถั่ว Pintoสามารถขึ้นปกคลุมพื้นที่ประมาณ 80 – 90 % ใน 1 ปี 
 

 

The Application of the Vetiver System in Erosion
Control and Stabilization for Highways
Construction and Maintenance in Thailand

Surapol Sanguankaeo, Surachai Chaisintarakul, and Ekawit Veerapunth
Department of Highways
Bangkok, Thailand


The King of Thailand Awards-Certificate of Excellence (Icv - 3, 9 - 6 October 2003, P.R.China)
 


Abstract: Since 1993, The Vetiver System (VS) has been applied both in construction and maintenance projects of mountain roads in the Northern , Northeastern , and Southern regions of Thailand. Over 2.5 million slips are planted each year. The Department of Highways ( 1994 ) has prepared a Standard Drawing [ SP-204 1994 and SP-206 ( Revision ) 1999,“ Vetiver grass planting for highway slope protection”] that consists of detail of the pattern of planting on back slope, side slope and bridge slope. The drawing covers planting at high erosible area, side ditch lining, bank protection. It also includes suitable slips, hole digging and ground preparation, planting, period for plant, planting caring , leaf trimming and fertilizing application. This drawing is used as a guideline in development of other engineering departments.

            The VS plays an importance role and replaces other techniques for erosion control, and solves highway slopes damage caused by erosion or scouring at the curved section of road, surface slope, the end of surface drainage systems and toe slope. Vetiver slips have been planted depending on the seriousness and tendency of erosion. Their growth on side slope was usually better than back slope. Slips were obtained from : The Highway District's multiplication plots, Land Development Department and other agencies. Polybagged slips kept in the nursery are recommended and fertilizer should be applied at the bottom of the planting holes.

            The VS has been proven and accepted to be an effective and low-cost technique for erosion protection in roadworks, suitable for a sustainable economy with limited budget. Some defects of the vetiver planting in the roadworks are found in the Northern region of the country where some local weeds grow more rapidly than the vetiver. So, in the first year, more care is needed. Suitable period for planting is limited in the rainy season that is not correlated well with construction that takes place in dry season.

1 Introduction

            The Department of Highways has encountered with erosion problems and landslide damage to mountain roads. Estimated annual cost for erosion control and rehabilitaion of highway slopes is about 100 millions Baths. By His Majesty the King of Thailand's initiative, in 1993, the first application of VS was applied for erosion control and slope stabilization on Highway Route No.1089: Mae Chan - Tha Torn Chiangrai province in Northern region of Thailand, where about 440,000 of vetiver slips were planted. The Department of Highways is aware of the importance of soil and water conservation not only in highway construction projects, but also in existing highway erosion-control and rehabilitation projects. Over 2.5 million slips are planted each year on highly erodible soil of back slopes (cut slopes) and side slopes (fill slopes or highway embankments) in the Northern, Southern and Northeastern regions.

2 Geologic and Physiographic Factors of Erosion Control

            2.1 Climate
The climate of Thailand is tropical humid divided into a rainy season lasting from May to October, and a dry season. The rainfall in the country usually more than 1,500 mm, the temperature varies between 18-34 OC. In the Northern region the rainy season lasts from May to October. In Eastern coast and Andaman coast, the rainy season lasts from October to April and May to October, respectively.

            2.2 Geology and Physiography
Physiography of Thailand is classified into 8 regions (DMR,2001). There are 3 regions that geologic condition and physiography encourage erosion, that are:-

                   2.2.1 Northern and Upper Western Regions. The region mainly consists of North-south and Northwest - Southeast trend high mountain ranges, usually more than 2,000 meters above MSL, valley plains and fluvial plains. The main country rocks are granitic rocks of Cretaceous and Triassic Period (DMR, 2001)

                   2.2.2 Lower Western and Southern Region. The region consist of the mountain ranges and submergent shoreline at the Western and emergent shoreline at the Eastern part of the region (DMR, 2001). This region is underlain chiefly by granitic rocks of Cretaceous to Tertiary and Triassic Period (Nakapadungrat,et al.1982 and Beckinsale, et al. 1979)

                   2.2.3 The Khorat Plateau. The Northeastern region of the country is high plateau with 130-250 meters. elevation above MSL., that contain sub-basin, flood plains and non-flood plains. The Plateau was surround by siltstone and sandstone mountain ranges of Mesozoic Era.

            2.3 Target Areas for Vetiver Grass Planting
In the Northern, Western, Southern and Northeastern regions where soil is sandy, silty derived from decomposed granite, sandstone and siltstone contributing to the soil mass erosion potential. All these areas are subject to erosion problems and target area of vetiver grass planting of Department of Highways for erosion control and stabilization on highways construction and maintenance in Thailand. (Fig. 1)

 

Fig. 1 Distribution of the Thai Granitic belts, siltstone and sandstone that are target area for vetiver grass planting (Modified from Putthapiban, 2002) .


3 Erosion Problems in Highway Construction and Maintenance

            In the mountain roads along the Northern, Southern and Northeastern regions, deep residual soil derived from decomposed granitic rocks, sandstone, siltstone is saturated by heavy rains and subsequently, excessive ground water and surface water flow. It is especially susceptible to erosion and shallow failure when highway slopes are over steep or insufficient of surface drainage systems, either due to stream channel cutting. The slopes with inadequate erosion protection or corrective measures in the long terms are induced to shallow mass movement of soils (shallow failure). The sliding mass blocks the traffic, transported to lowland, damage highway embankments, damage structures. Removal of the slide debris and repair of damage are the main impacts to mountain roads.

            3.1 Erosion Types and Processes on Highway Slopes Erosion types that lead to the problems in roadworks mainly are surface erosion (sheet erosion, gully erosion) and river erosion. Precipitation rain and river are the active factors. In the case of progressive or strong erosion, shallow mass movement of soils or shallow failure take place.

                  3.1.1 Erosion on Back Slope (Cut slope). The soil was transported or wash away to toe slope, blocking water flow in the side ditch which large block of soil mass block the traffic on the highway is the cause of damage on side embankment slopes. (Fig. 2 )

 


Fig. 2 The strongly erosion on granitic soil
back slope, sediments fill up ditch
and damage embankment slops. 
 

Fig. 3 Concentration of surface water on the surface of curved section.
 

                 3.1.2 Erosion on Side Slope (Fill slope). In the case of curved section of road where the cross fall of the road becomes a super-elevation, and where the surface run-off on the road is concentrated on such places as A and B as shown in Fig. 3, the water runs-off of the road when water volume exceeds the drainage capacity of inlets at A and B that results in the surface erosion of side slope.

                 3.1.3 Erosion at the End of Surface Drainage Systems. On the slopes that installation of surface drainage systems are not adequate and appropriate for erosion protection, especially at the end of drain chute and side ditch, large gully erosion is developed and progressive to shallow failure of highway slopes.(Fig. 4-5)

                 3.1.4 Erosion of Uncompacted Soil. Uncompacted sandy, silty soil on the surface of slope are frequently and easily subjected to erosion and progressive to surface failure especially after heavy rains, the sediment was transported to lowland becomes one of the environmental impact.( Fig. 6)

                 3.1.5 Stream Bank Erosion. Erosion along the stream channel way at the toe of embankment slope, finally the embankment slope fails.


 
 
Fig. 4 Erosion at the end of pipe culvert and drain chute. 

Fig.5 Large gully erosion cause by the erosion at the end of side ditch. 


 

Fig.6 Highly erosion of uncompacted sandy soils on surface of embankment slope. 

4 Vetiver Grassing Promotion and Development Plan of the Department of Highways in Accordance with His Majesty The King's Project.

            After His Majesty the King of Thailand's initiative, in 1993 the Department of Highways instructs its highway construction and maintenance units to plant vetiver grass on erodible highway slope. Each year over 2.5 million slips are planted for erosion control in highway construction projects, highway erosion-control and rehabilitation projects, some activities are:-

            4.1 DOH Officials Training. At the beginning, it was found that officials at the implement sites needed to learn more about the knowledge of application VS for erosion control and stabilization highway slopes. There were four training courses for officials involving with the growing at the job site in 1999, total of 266 persons.(Fig. 7) After that, VS has been accepted as one of the effective technology for highway remedial and preventive measures.

            4.2 Vetiver Grassing on Highway Slope. Road construction centers (construction units) and highway districts (maintenance units) have applied VS for erosion protection and stabilization on existing highways and under construction highways on steep and high slope, rehabilitation of collapsed slope, summarized in Table 1

Fiscal year
Highway Maintenance
Highway Construction
Total amount of slips
Preventive
Rehabilitation
No. of Route
Amount of slips
No. of Route
No. of location
Amount of slips
No. of Route
No. of location
Amount of slips
   
2001
7
>10
658,998
10
10
757,700
4
786,220
2,202,915
2002
12
>16
320,680
6
18
615,500
8
1,610,940
2,547,120
2003
9
>10
1,135,750
18
22
1,023,600
2
500,000
2,659,350

Table 1 Summary of the vetiver grassing for highway maintenances and constructions in 2001-2003
 

            4.3 Production and Propagation of Slips. The Department of Highways instructs its highway maintenance units to propagates the vetiver slips in large multiplication plots. There are 6 multiplication plots at Chiangmai 3 , Prayao 1, Loei

1, Loei 2, Nakornsithamarat
2 and Narativat Highway Districts. (Fig. 8)

          The production and propagation of slips for erosion control and stabilization of highway slope are performed in three methods.

                  4.3.1 Vetiver slips from other Departments and Agencies. Vetiver slips in small plastic bags are nursed for 20-45 days and planted in places.
4.3.2 Propagation in large Plastic bags. Planting soil must be well drained soil.
Sand and burnt rice husk in a proportion of 1:2:1 gives the best result.

                 4.3.3 Multiplication in cultivated plot. Method of 4.3.1 and 4.3.3 are most useful and practically for roadworks. The production and propagation of slips are shown in Fig.9

5 Application of the Vetiver System in Erosion Control and Stabilization for Highway Slopes.

            The Department of Highways (1994) has prepared a Standard Drawing [SP-204, 1994 and SP- 206 (Revision) 1999, “ Vetiver grass planting for highways slope protection”].The purposes of the design are for directing, helping the maintenance and construction units to utilized the vetiver grassing for erosion control correctly and perfectly through out the country. The drawing includes detail of the pattern of planting on back slope, side slope, and bridge slope, planting at high erosible area, side ditch lining and bank protection. It also includes suitable slips, hole digging and ground preparation, planting, period for plant, planting caring, leaf trimming and fertilizing. This drawing is used as a guideline in development of other engineering departments, summarized and showed in Fig. 10

            5.1 Suitable Period for Planting. The success of application VS for highway slope protection depends largely on period for planting. The suitable period for planting is the beginning of the rainy season or planting should be done in the period of rainy season at least 1 month in the period of rainy season is needed for growing. Consequently, the period for planting is from late April to September in the Northern and Northeastern regions. In the Southern region, October to March in Eastern coast and May to September in Andaman coast.

            5.2 Slip for Erosion Control on Highway Slopes. Slips are obtained from Highway District's multiplicationplots, Land Development Department, other Departments and Agencies. Because of the long roots and being able to grow in a wide range of climates, altitude Aromatic vetiver (Vetiveria Zizanioides Nash) is usually used for roadworks. Polybagged slips give significantly better growth, hence the planting materials usually are 30 – 45 days vetiver nursery. Fertilizer should be applied at the bottom of the planting hole.

 Fig.7 Training on vetiver for Bureau of Highway 2 officials in 1999.


 Fig.8 Multiplication plot at Chiangmai 3
Highway District. 
 
 

Fig. 9 Flow chart of production and propagation of slips for roadworks  
 

Fig. 10 Vetiver grass planting for highways slope protection [SP–206(Revision) 1999].  
 

Fig 10.1 CROSS-SECTION : VETIVER GRASSING ON BACK SLOPE AND SIDE SLOPE 
 

            - SPACING OF VETIVER GRASS ROWS VARIES FROM 50-200 CM. AND IN CLUMP 5-15 CM. DEPEND ON THE FAILURE AND THE SOIL CONDITIONS.

            - DRAINAGE SYSTEM i.e. INTERCEPTOR DITCH, DRAIN CHUTE, SUBDRAINS ARE ALSO NECESSARY

 

Fig 10.2 PLAN : VETIVER GRASSING ON BACK SLOPE AND SIDE SLOPE 

            - FOR NOT SERIOUS CASES, PLANTING IN ROWS VARIES FROM 1-2 M. APART AND IN CLUMP 10-15 CM. SPACING.

            - FOR SERIOUS CASES, PLANTING IN ROWS VARIES FROM 50 –100 CM. APART AND IN CLUMP 5-10 CM. SPACING.

 - DIGGING THE EXISTING SOIL U-SHAPE
DITCH 20 X 20 CM. 
- PUT THE FERTILIZED SOIL UNDERNEATH. 
- PLANTING TIME SHOULD BE THE
BEGINNING OF RAINY SEASON OR IN
RAINY SEASON. 
 

Fig 10.3 DETAIL “A"  

  

Fig. 10.4 CROSS – SECTION : VETIVER GRASSING ON EXISTING ERODED BACK SLOPE 
 

            - RESHAPE THE ERODED BACK SLOPE.
            - MAKE MINI BENCHING 50 CM. WIDE, 50 – 150 CM. HEIGHT.
            - PLANT THE VETIVER GRASS ON THE BENCH.
            - TOGETHER WITH DRAINAGE SYSTEMS.

 

Fig 10.5 VETIVER GRASSING ON HIGH EROSIBLE AREA AND SIDE DITCH.  
 

 

CONSTRUCTION DETAILS
 
1.
THE PLANTING MATERIALS : VETIVER (VETIVERIA ZIZAIOIDES NASH) SHALL BE LOCAL KINDS OR OTHER APPROPRIATE ONES AS APPROVED BY THE DIVISION WHO INCHARGES THE CONSTRUCTION PROJECT , DEPARTMENT OF HIGHWAYS THE SHOOTS SHALL BE NURSERY VETIVER IN A POLY BAG WHICH HAS DIAMETER OF 2 INCHES AND THE LENGTH OF 5-6 INCHES (SIDE – FOLDED) BEFORE PLANTING. EACH BAG WHICH CONTAINS SOIL AND FERTILIZER IS TO SEVER 1-2 VETIVER SHOOTS. RESTED THE SHOOTS WIIL BE IN BAGS FOR 1-1.5 MONTHS BEING TAKEN TO THE PREPARED SOIL;.
 
2.
HOLE DIGGING AND GROUND PREPARATION : AFER THE WORKS FOR BACK SLOPE, SIDE SLOPE, ARE FINISHED ACCORDING TO THE CONSTRUCTION PLAN, GROUND PREPARATION FOR VETIVER PLANTING SHOULD BE STARTED BY DIGGING A HOLE WHICH IS 15 CM. WIDE AND 15 – 20 CM. DEEP.A GROOVE ALONG THE ROW OF VETIVER SHOULD BE MADE AND THE BOTTOM OF THE GROOVE SHOULD BE COVERED WITH 8 – 10 CM. OF EXISTING SOIL MIXED WITH BKK 2 (BANGKOK 2) FERTILIZER BY THE RATIO 1 : 1 OR DECAYED MANURE MIXED WITH CHEMICAL FERTILIZER ( 15 – 1 5 – 1 5 , 16 – 16 – 16 ) BY THE PROPORTION 100 GRAMS: 3 GRM/ SPRIG
 
3.
PLANTING : THE SPACE BETWEEN ROWS IS AS SHOWN IN THE PLAN. THE DISTANCE BETWEEN TWO SHOOTS 5 – 15 CM. TRIM AND LEAVE THE LEAVES OF THE SHOOTS FOR 20 CM. BEFORE PLANTING. CUT OFF THE BOTTOM PART OF THE BAG AND LET 10 CM. OF THE ROOT BE SHOWN. TAKE OFF THE BAG AND PUT THE VETIVER SHOOT ON THE PREPARED HOLES. FILL THE HOLE WITH THE PREPARED SOIL AS SHOWN ON FIGURE 10.3 AFTER 15-20 DAYS OF PLANTING , POUR HALF A TEA-SPOON OF AMMONIAM SULPHATE FERTILIZER (21 : 0 : 0) OR ONE-FOURTH OF TEA-SPOON OF UREA FERTILIZER (40 : 0 : 0) OVER EACH HOLE AND OVER EACH SPACE BETWEEN HOLES. FILL THE HOLE WITH SOME EXISTING SOIL AND COMPACT TO MEET EXISTING SLOPE.
 
4.
PERIOD FOR PLANTING : THE SUITABLE PERIOD SHALL BE 1 – 3 WEEKS BEFORE RAINY SEASON.
 
5.
PLANT CARING : THE RATE OF SURVIVAL OF VETIVER GRASS SHOULD BE NOT LESS THAN 95 % AFTER 2 MONTHS OF PLANTING IF LESS, THE CONTRACTOR HAS TO REDO THE PLANTING WITHIN 15 DAYS. THE NEW PLANTING WILL BE RECHECKED ANOTHER 2 MONTHS.
 
6.
THE SHOOTS : OTHER THAN THE LOCAL SHOOTS, THE CONTRACTOR MAY USE ANY SHOOTS REPRODUCED THROUGH VARIOUS WAYS, SUCH AS BY TISSUE CULTURE BUT THE QUALITY OF THE SHOOTS NEED TO BE APPROVED BY THE DIVISION WHO INCHARGES THE CONSTRUCTION PROJECT, DEPARTMENR OF HIGHWAYS
 
7.
LEAF TRIMMING AND FERTILIZING : THE VETIVER GRASS WILL BE TRIMMING AND FERTILIZED EVERY 4 MONTHS IN THE FIRST YEAR OF VETIVER GROWTH AND EVERY 6 MONTHS IN THE CONSECUTIVE YEARS. THE TRIMMING SHOULD LEAVE THE HIGH OF THE PLANT FOR 30 – 50 CM. AFTER THE SECOND LEAF TRIMMING, NPK FERTILIZER (15-15-15) SHOULE BE PUT ON THE GROUND IN THE PROPORTION 20 GRAMS PER METER OF VETIVER GRASS ROW.
 
8.
VETIVER GRASSING ON DEEP CUT HIGH FILL SLOPE : IN CASE OF PLANTING THE VETIVER GRASS ON DEEP CUT SLOPE OR HIGH FILL SLOPE OF THE HIGHWAYS SHOULD BE NEEDED MORE CARE , CLOSED SPACING BETWEEN SPRIGS AND ROWS SHALL BE APPLIED, AND THE COMBINATION WITH SURFACE DRAINAGE STRUCTURAL WORKS FOR EXAMPLE INTERCEPTOR DITCH , DRAIN CHUTE ARE ALSO NECESSARY AS DIRECTED BY THE ENGINEER OR AS PARTICULAR DESIGNED FOR THE INDIVIDUAL SITE.
 
9.
DIMENSION ARE IN CENTIMETERS UNLESS OTHERWISE INDICATED.
     
   

DESIGN BY Ekawit Veerapunth
Surapol Sanguankaew
28 OCTOBER 1999
 

Fig. 9 Flow chart of production and propagation of slips for roadworks

 

 

            5.3 The Pattern of the Vetiver Grassing on Highway slope. The pattern of vetiver grassing are classified into two categories according to the seriousness and the tendency of erosion. ( Fig. 10 )

                    5.3.1 On Slopes where Erosion is not Severe. For the general preventive purpose on the maintenance and construction projects, that planting the vetiver in large scale area, the spacing between the planting rows can be 1-2 meters apart and 10 – 15 centimeters between the clumps.

                    5.3.2 On Slopes where Erosion is Severe. For the erosion control and stabilization of the existing strongly eroding sites and collapsed slope for remedial works on rehabilitation for maintenance and construction projects, the slips are done in rows spaced between 0.5 – 1 meter and in clump space not more than 5 –10 centimeters, with straw bundle installed behind the vetiver rows for temporary support and slowing down runoff.

            5.4 Application of the Vetiver System in Highway Erosion Control and Stabilization. Because of the excellent properties of VS that the hedgerow can slow down runoff and the root system can stabilized the soil as deep as 3 meters (National Research Council 1993; Grimshaw and Helfer 1995), so it is an effective measure for erosion control and stabilization against shallow failure both in prevention and rehabilitation of highway slopes (Sanguankaeo et al. 2000). The benefits of application vetiver grassing for highway are in 5 formations.

                    5.4.1 Vetiver System is Applied for Highway Back Slope protection. The Vetiver is planted both on slope face and bench slope (Fig.11 ). Some of the planting are not successful due to the hard and low nutrient soils.

                    5.4.2 Vetiver System is Applied for Highways Side Slope protection . Planting on side slope can be efficiently and mostly successful. The first row of planting should be lower than the highway shoulder about 1-1.5 meter. This is for the good sight-distance, especially along the highway curves. In case of high slope surface drainage system is required, coupled with the grass planting (Fig. 12-14)

 
Fig.11 Highway cut slope was stabilized
with vetiver on Highway.


 Fig.12 Highway embankment was stabilized with
vetiver on Highway Route No.1149: 

                    5.4.3 Vetiver System is Applied for Stream Bank along the Roadway. In this case , vetiver is planting over the rock filled, gabion wall.(Fig.15)

                    5.4.4 Vetiver System is Applied for Highway Ditch Lining. In order to protect and stabilized the soil underneath and to trap the sediments to fill in the ditch.(Fig. 16)

                    5.4.5. Vetiver System is Applied on Shoulder Slope. In case of steep gradient section, vetiver planting suitable interval across and parallel the slope at highway shoulder and crest of shoulder slope respectively. (Fig. 17)

                    5.4.6 Vetiver System with Slope Protection Works. In this application vetiver is planting for erosion control and stabilization for existing eroding sites and rehabilitation works. (Fig. 18-19)

                              1) Vetiver Planting is Associated with the Concrete Square grid (1X1meter) slope protection. On highly erosible soils, in this application the planting row in each grid shall be 3 rows.(Fig.18)
                              2) Vetiver Planting is Associated with Gabion Wall. Vetiver is planted on the slope area above the gabion wall to stabilize the soil over the wall and also to prevent the slope failure and wall system (Fig. 19) 

Fig. 13 Vetiver system in the rehabilitation of embankment slope on Highway Route No.1149 

Fig. 13.1 Repair of the collapsed embankment
slope in Fig.4 and stabilized with vetiver.

 

Fig. 13.2 Embankment slope was stabilized
with vetiver for 1 year.

 

Fig. 14 High embankment was stabilized with
vetiver coupled with surface drainage
systems in the rehabilitation on Highway
Route No.109: Fang – Tha Thon

 Fig.15 Stabilization with vetiver along the stream
bank on Highway Route No.107: Ban
Pingkoke – Saphan Huai Tai.

 Fig. 16 Vetiver planting at the side ditch lining.


 Fig. 17 Vetiver planting on highway shoulder to
slow down runoff longitudinal. 
 
 
Fig.18 VS is applied with concrete square grid
slope protection in the rehabilitation
work on Route No.108: Hot – Mae
Sariang.


 Fig.19 VS is associate with gabion wall in the
rehabilitation work on Highway
Route No 1451: Sec. Adj. to
Phattalung Highway District's
Area – JRT.Highway No. 403.
 

6 Conclusions

            Vetiver system has been proven and accepted to be an effective measure for erosion control and prevent shallow failure of highway slopes, and low-cost technique which can readily be practiced. Highways Department highly satisfies the results of the application of VS in erosion control and stabilization for highways construction and maintenance, and replaces other techniques. The results of the application show that:-
            - Aromatic vetiver (Vetiveria Zizanioides Nash) is suitable as planting material for roadworks, because it can grow better in wide range of climate and altitude.
            - Polybagged slips give significantly better growth than bare slips vetiver.
            - After planting vetiver, it may take 1-2 years to become fully effective.
            - In the southern region of the country .The vetiver grow better than other regions due to longer rainy season.
            - From the application of VS for rehabilitation of collapsed embankment slope at Highway Route No 1009: Chomthong- Doi Inthanon Km. 42+800 – 43+000 Chiangmai-3 District Highway, Northern region of Thailand. This location is 2,300 meters above MSL and temperature rang about –3 to 20?C. Within this environment the vetiver is still adjustable itself and grow very well. This shows that vetiver can grow in a wide range of climates and altitude.
            - The success of application VS for highway slope protection depends on:-
               a) The suitable planting materials should be polybagged raised 30-45 days vetiver nursery and fertilizer should be applied.
               b) Planting should be done in the period of rainy season or at least 1 month for growing in rainy season.
               c) The carefulness is need for 1-2 years after planting, especially in the Northern regions.
            - Some defects of the application of VS in the roadworks are:-
               a) In the Northern region the local weeds grow rapidly than the vetiver.
               b) Some of the planting on the back slope ( cut slope ) are not successful due to the hard and low nutrient soils, unlike planting on the side slope which are very successful.
               c) Period for planting is limited in the rainy season. It is not correlated well with construction that takes place in the dry season.

7 References

Beckinsale, R.D., Suensilpog, S., Nakapadungrat, S. and Walsh, J.N., 1979, Geochronology of Granite
          Magmatism in Thailand in Relation to Plate Tectonic Model, Journal of Geological
          Society of London, V. 136, P. 529-540.
Department of Minerals Resources, 2001. Geology of Thailand, Bangkok.
Department of Highways. 1994. Standard Drawing, Bangkok.
Grimshaw, R.G. and Helfer, L. 1995. Vetiver Grass for Soil and water Conservation, Land
          Rehabilitation and Embankment Stabilization, Technical Paper No. 273, World Bank,
           Washington, DC.
Sanguankaeo, S.: Sukhawan, C.; and Veerapunth, E.2000. The Role of Vetiver Grass in Erosion Control and
          Slope Stabilization Along the Highways of Thailand, Second International Conference on Vetiver, Phetchaburi , Thailand.
National Research Council. 1993. Vetiver Grass: a Thin GREEN Line Against Erosion. National Academy
          Press. Washingtion, DC.
Nakapadugrat, S., 1982, Geochronology and Geochemistry of the Thong Lang Granite Complex, Central
          Thailand, Ph.D. Thesis, University of London, 336 p.
Puttapiban, P., 2002. Geology and Geochronology of the Igneous Rocks of Thailand, Symposium on
          Geology of Thailand, Bankok, Thailand.