ข่าวประชาสัมพันธ์

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพาน จะดำเนินการติดตั้งคานสะพานฝั่งขาเข้าบนทางหลวงหมายเลข 304 (ถนนรามอินทรา) บริเวณ กม.12 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งโครงการก่อสร้างสะพานลอยข้ามทางแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 304 กรมทางหลวงจึงมีความจำเป็นต้องปิดการจราจรถนนคู่ขนานฝั่งขาเข้า (ช่วงแยกสวนสยาม – ภัตตาคารเทอเรซ 61) ในวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 2561  เวลา 22.00 – 0500 น. โดยจะทำการเบี่ยงจราจร ดังนี้

รถทิศทางมีนบุรี – หลักสี่ ใช้สะพานข้ามแยกเพื่อมุ่งหน้าไปหลักสี่

รถทิศทางหลักสี่ – มีนบุรี ใช้ถนนคู่ขนานฝั่งขาออกเพื่อมุ่งหน้ามีนบุรี

รถทิศทางสวนสยาม – หลักสี่ จากสวนสยามเลี้ยวขวาเข้าทางคู่ขนานฝั่งขาเข้าเพื่อกลับรถขึ้นสะพานมุ่งหน้าหลักสี่

รถทิศทางสวนสยาม – มีนบุรี จากสวนสยามเลี้ยวขวาเข้าทางคู่ขนานฝั่งขาเข้าเพื่อกลับรถขึ้นสะพานมุ่งหน้าหลักสี่ เมื่อลงสะพานกลับรถแล้วใช้ทางคู่ขนานฝั่งขาออกมุ่งหน้ามีนบุรี

สำหรับโครงการก่อสร้างสะพานดังกล่าว ได้ดำเนินการก่อสร้างตามแนวถนนรามอินทราข้ามจุดตัดทางเข้า โรงพยาบาลนพรัตน์และข้ามแยกสวนสยาม มีลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตคู่แยกทิศทางขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ ความยาวของสะพานรวมเชิงลาด 473 เมตร เว้นตรงกลางสะพานไว้รองรับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงปากเกร็ด – มีนบุรี ขนาดความกว้าง 2.5 เมตร โดยในระหว่างดำเนินการอาจทำให้การจราจรติดขัด ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวงต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและโปรดใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไปสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆระหว่างดำเนินการได้ที่สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวง โทร. 0 2354 0066 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24)

 

ตามที่กรมทางหลวงได้ออกประกาศเชิญชวนการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (Operation and Maintenance: O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน – นครราชสีมา และสายบางใหญ่ – กาญจนบุรี ประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา ซึ่งได้กำหนดการขายเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request for Proposal: RFP) ตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2561 นั้น

เนื่องจากในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (Request for Proposal: RFP) ปรากฏว่ายังมีประเด็นด้านข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องใช้เวลาในการพิจารณาทบทวนรายละเอียดเพิ่มเติม 

กรมทางหลวง จึงขอยกเลิกประกาศเชิญชวนฉบับดังกล่าว รวมถึงขอเลื่อนกำหนดการขายเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (RFP) ออกไปก่อน โดยกรมทางหลวงจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบเกี่ยวกับกำหนดการออกประกาศเชิญชวนฉบับใหม่ทางเว็บไซต์ของกรมทางหลวง www.doh.go.th และเว็บไซต์ของโครงการ www.doh-motorway.com ในโอกาสต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถส่งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับประกาศเชิญชวนที่ประกาศ ณ วันที่ 20 เมษายน 2561 ได้ที่กรมทางหลวง ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 

นายอภิสิทธิ์  พรหมเสน  รองอธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่าตามที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สั่งการทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงคมนาคม รวม 12 หน่วยงาน เตรียมพร้อมรับมือเปิดภาคเรียน เพื่ออำนวยความสะดวกและบริการอย่างพร้อมเพรียงตามนโยบาย One Transport, One Family    ด้วย 3 มาตรการ ที่เน้นความปลอดภัยให้กับเด็กและผู้ปกครอง ความเพียงพอของระบบขนส่งสาธารณะ และการอำนวยความสะดวกจราจรในโครงข่ายคมนาคมโดยเน้นมอบหมายให้กรมทางหลวงและตำรวจทางหลวง ดูแลโครงข่ายทางด่วน มอเตอร์เวย์ ขาเข้าช่วงเช้า ขาออกช่วงเย็น ให้มีความคล่องตัวมากที่สุด รวมทั้งทางหลวงแผ่นดินในเมืองใหญ่ให้กรมทางหลวงดูแลถนนให้พร้อมใช้ ไม่ให้มีหลุมบ่อ และหากเกิดพายุฝนทำให้ต้นไม้โค่น ดินสไลด์ ต้องแก้ไขซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 24 ชม. ไม่ให้เป็นอุปสรรคของการเดินทางของเด็กนักเรียนนั้น กรมทางหลวงได้สั่งการให้สำนักงานทางหลวง และแขวงทางหลวงในสังกัดทั่วประเทศดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวโดยได้จัดเจ้าหน้าที่ไปอำนวยความสะดวก ให้นักเรียน ผู้ปกครอง ทั้งการข้ามถนน อำนวยการจราจร การจัดการจราจร นอกจากนี้ ยังสั่งการให้แขวงทางหลวงทั่วประเทศเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง รับมือกรณีเส้นทางได้รับผลกระทบจากกรณีเกิดพายุ ต้นไม้โค่นหรือดินสไลด์  เพื่อไม่ไห้เป็นอุปสรรคในการเดินทางรวมถึงการดูแลเส้นทางให้พร้อมใช้ตลอดเวลา

รองอธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปอีกว่านอกจากนโยบายดังกล่าวแล้วกรมทางหลวงยังขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับรถผ่านย่านชุมชนหรือโรงเรียน ให้ขับรถตามป้ายเตือนป้ายแนะนำของกรมทางหลวง รวมถึงตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมคือขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด 

ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางสามารถสอบถามข้อมูลต่างๆเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรี 24  ชม.

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพานจะดำเนินการติดตั้งคานคอนกรีตอัดแรง (I-Girder) งานก่อสร้างขยายความกว้างสะพานบนทางหลวงหมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอกตะวันออก) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข 9 กับ ทางหลวงหมายเลข 345 จ.นนทบุรี จึงมีความจำเป็นต้องเบี่ยงการจราจรจากเดิม 2 ช่องจราจร ลดเหลือ 1 ช่องจราจร (ปิด 1 ช่องจราจรทางฝั่งขวา) บนทางหลวงหมายเลข 340 (ถนนบางบัวทอง – สุพรรณบุรี) ที่กม. 0+000 ในวันที่ 21 - 22 พฤษภาคม 2561 เวลา 22.00 – 05.00 น. 

ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้ ไม่สะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนทั่วไป กรมทางหลวง ต้องขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ และขอให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางในวันเวลาดังกล่าว รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้ทางปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ และคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของผู้ใช้ทาง 

ทั้งนี้ ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวและประชาชนทั่วไป สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆระหว่างดำเนินการได้ที่สำนักงานควบคุมโครงการฯ 0 2102 4346 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 33 บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท  อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ว่าขณะนี้มีความคืบหน้า 52 % คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2561

อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปอีกว่าสำหรับความเป็นมาของโครงการดังกล่าว สืบเนื่องจากปัจจุบันการค้าบริเวณชายแดน จุดผ่านแดนบ้านคลองลึกตลาดโรงเกลือ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วโดยประเทศไทยและกัมพูชา  มีความเห็นร่วมกันว่า ควรเปิดจุดผ่านแดน - ถาวรแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด“แยกคนแยกสินค้า”ออกจากกัน และเพื่อเป็นการขยายการลงทุนบริเวณชายแดน จึงได้เลือกบริเวณชายแดนบ้านหนองเอี่ยน ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งตรงกับบ้านสตึงบท ตำบลปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ทำเป็นจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ และเนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นพื้นที่ความมั่นคง กรมทางหลวงจึงประสานความร่วมมือกับกองทัพบก  โดยกรมการทหารช่างเข้าดำเนินการก่อสร้าง งบประมาณ 670 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวประกอบด้วยการก่อสร้างถนนและสะพานจากฝั่งไทยข้ามห้วยพรมโหดไปยังฝั่งกัมพูชา ระยะทางรวม 4.7 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรและไหล่ทางแบบผิวแอสฟัลท์คอนกรีตผิวจราจรในแต่ละทิศทางกว้าง 7.00 เมตร ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 2.50 เมตร ไหล่ทางด้านขวา กว้าง 1.50 เมตร ความยาวงานก่อสร้างทางรวม 30 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างอาคารระบายน้ำ สะพานข้ามพรมแดนเป็นคอนกรีตอัดแรง แบ่งช่วงสะพานออกเป็น 16 ช่วง ความยาวรวม 620.00 เมตรแบ่งเป็นสะพาน   ฝั่งไทยยาว 405 เมตร (ความยาวช่วงสะพานข้ามห้วยพรมโหด ยาว 60.00 เมตร ไม่มีตอม่อในน้ำ) และสะพานฝั่งกัมพูชายาว 215 เมตร สะพาน กว้าง 17.00 เมตร ขนาด 2 ช่องจราจร ผิวจราจรในแต่ละทิศทาง กว้าง 3.50 เมตร  ไหล่ทางด้านซ้าย กว้าง 2.50 เมตร ทางเท้า กว้างข้างละ1.20 เมตร มีช่องลอดเหนือระดับน้ำสูงสุด 5 เมตร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างบนสะพาน

ทั้งนี้ เมื่อแล้วเสร็จจะช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง และบรรเทาความหนาแน่นของการจราจรจากการขนส่งสินค้าและนักท่องเที่ยวที่มาซื้อสินค้าบริเวณด่านผ่านแดนคลองลึกหรือตลาดโรงเกลือ รวมทั้ง สนับสนุนศักยภาพ จุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ นับเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมนโยบายและแนวทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอีกด้วย