Department of Highways
19/05/2569 จำนวนผู้เขาชม: 27 คน
วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) เวลา 09.00 น. นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “การบริหารงานด้านวิศวกรรมงานทางของกรมทางหลวง” หรือ “สัมมนา 4 ว.” ณ ห้องสัมมนาเทิดศักดิ์ เศรษฐมานพ กองฝึกอบรม กรมทางหลวง โดยมี นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวรายงาน พร้อมด้วยผู้บริหารกรมทางหลวงเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาประกอบด้วย ผู้อำนวยการส่วนงานวางแผน ผู้อำนวยการส่วนงานสำรวจและออกแบบ ผู้อำนวยการส่วนงานวิเคราะห์และตรวจสอบ และผู้อำนวยการส่วนควบคุมงานก่อสร้าง จากสำนักงานทางหลวง ศูนย์สร้างทาง และศูนย์สร้างและบูรณะสะพานของกรมทางหลวง รวมทั้งหมด 130 คน ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานด้านวิศวกรรมและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
การนี้ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า การจะบรรลุเป้าหมายในการทำงาน บุคลากรต้อง “เข้าใจ ใส่ใจ และยึดหลักวิชาการเป็นฐานในการทำงาน” โดยได้ให้แนวคิดในการทำงาน 4 มิติ ประกอบด้วย มิติด้านคำนึงถึงประชาชนเป็นสำคัญ คิดและขับเคลื่อนงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง มิติในการขับเคลื่อนงานให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาล มิติด้านการพัฒนาระบบคมนาคม ให้ส่งเสริมและขับเคลื่อนประเทศโดยรวม และมิติด้านบุคคลากร การบริหารบุคลากรภายในองค์กรให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายองค์กร
นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงคมนาคมยังได้ถ่ายทอดมุมมองการคิดวิเคราะห์ตามแนวทางดำเนินงานทางใน 5 ด้านหลัก เพื่อมุ่งสู่โครงข่ายทางหลวงที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และยั่งยืน
1.การวางแผน : ต้องมองภาพการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงอย่างครบถ้วนทั้งระยะสั้นและระยะยาว กำหนดเป้าหมายการทำงานให้ชัดเจน เพื่อให้ทุกโครงการดำเนินไปอย่างมีทิศทางและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
2.การออกแบบ : ยึดหลักความปลอดภัยสูงสุด ประหยัดคุ้มค่า นำหลักการจัดลำดับชั้นทางหลวง (Road Hierarchy) มาใช้ เพื่อบริหารจัดการจราจรและลดผลกระทบต่อผู้ใช้ทางระหว่างก่อสร้าง
3.การเวนคืน : ดำเนินการด้วยความโปร่งใสเป็นธรรม วางแผนล่วงหน้าเพื่อให้ได้ที่ดินที่พร้อมสำหรับการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ได้อย่างราบรื่น
4.การก่อสร้าง : ต้องบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้างโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ทาง พร้อมทั้งควบคุมการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด และกำชับมาตราการด้านความปลอดภัยบริเวณพื้นที่ก่อสร้าง เช่น ห้ามวาง Concrete Barrier แบบช่วงเว้นช่วง เป็นต้น
5.การดูแลบำรุงรักษา : ต้องดูแลรักษาเส้นทางให้พร้อมใช้งาน เป็นไปตามมาตรฐาน
ด้าน นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรสายวิศวกรรมงานทางอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการกำกับ ตรวจสอบ และควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างและบำรุงทางให้ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนผู้ใช้ทาง พร้อมกันนี้ ได้มอบแนวคิดในการขับเคลื่อนงานของกรมทางหลวง โดยเน้นให้ทุกหน่วยงานกำหนด “ภาพเป้าหมายสุดท้าย” ร่วมกันอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นกรอบในการวาง Master Plan และ Action Plan ให้สอดคล้องกับนโยบายของกรมทางหลวง ทั้งการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงตามลำดับชั้นทางหลวง การออกแบบที่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ทางทุกกลุ่ม การพัฒนางานทางให้สอดคล้องกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการวางแผนด้านความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง เพื่อให้ทุกขั้นตอนของการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ทั้งนี้ กรมทางหลวง มุ่งหวังว่าการขับเคลื่อนองค์ความรู้และยุทธศาสตร์ร่วมกันในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการหล่อหลอมวิศวกรและผู้บริหารรุ่นใหม่ ให้พร้อมยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่และรักษามาตรฐานวิชาชีพวิศวกรรมงานทาง โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการส่งมอบโครงข่ายทางหลวงที่ทันสมัย สะดวก และปลอดภัยในทุกมิติ เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทาง ยกระดับคุณภาพชีวิต และรักษาผลประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนไทยอย่างยั่งยืน