Department of Highways
20/05/2569 จำนวนผู้เขาชม: 49 คน
วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) นายเสริมศักดิ์ นัยนันท์ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร กรมทางหลวง พร้อมด้วย นายชัยยศ ยอแสง นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการพิเศษ ผู้แทนศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ กรมทางหลวง เข้าร่วมงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด "ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน" ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน และกล่าวถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ยุติการขอ ข้อมูลนิติบุคคลในรูปแบบกระดาษ
งานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล จัดขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งยกระดับการบริหารราชการแผ่นดินสู่การเป็นรัฐบาสติจิทัลเพื่อขับเคลื่อนภาครัฐยุคใหม่ให้มีความคล่องตัว โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การปลดล็อกศักยภาพของประเทศและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยสำนักงาน ก.พ.ร. กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้บูรณาการความร่วมมือในการปฏิรูปกระบวนงานภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม มุ่งลดการเรียกสำเนาเอกสารในรูปแบบกระดาษ ลดภาระและต้นทุนของประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลภาครัฐร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง
การนี้ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร ร่วมฟังปาฏกพิเศษทิศทางและการขับเคลื่อนฯ จากผู้บริหาร 3 หน่วยงาน ได้แก่
- นางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่อง ความสำคัญของการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐและบทบาทของ ก.พ.ร. ต่อการขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูล สู่การเป็น e-Government
- นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (พค.) เรื่อง การยืนยันความพร้อมของชุดข้อมูลนิติบุคคล และการบุรณาการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลกับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ และความสำเร็จที่เกิดขึ้น
- นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รักษาการแทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (สพร.) เรื่อง การเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลภาครัฐ (GDX) ลดการขอสำเนาเอกสารราชการ
ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งให้ทุกภาคส่วนร่วมปรับเปลี่ยนกระบวนงานผ่านการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพภาครัฐและขับเคลื่อนสู่การบริหารราชการแบบไร้กระดาษได้อย่างเต็มรูปแบบ นั่นคือ
> ภาครัฐ : สามารถลดความซ้ำซ้อนของงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนจากการใช้เอกสาร พร้อมทั้งเชื่อมโยงข้อมูระหว่างหน่วยงานได้อย่างไร้รอยต่อ
> ภาคธุรกิจ/ประชาชน : ได้รับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจที่รวดเร็วขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการทำธุรกรรม
> ประเทศ : ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ