Department of Highways
26/06/2569 จำนวนผู้เขาชม: 74 คน
นายอรรถสิทธิ์ สวัสดิ์พานิช วิศวกรใหญ่ด้านวิจัยและพัฒนา ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นด้านวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และการออกแบบเชิงแนวคิด (Conceptual Design) โครงการก่อสร้างอุโมงค์เจาะภูเขาบนทางหลวงหมายเลข 225 ได้นำคณะทำงานฯ ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ของกรมทางหลวง ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) สำนักงานทางหลวงที่ 7 (ขอนแก่น) สำนักงานทางหลวงที่ 10 (นครราชสีมา) แขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 2 (บึงสามพัน) และผู้เชี่ยวชาญจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) นำโดย Professor Kawata Kosuke พร้อมด้วย Mr. Tomita Teppei, Mr. Ogawa Junichiro และ Mr. Nakamura Tsukasa ร่วมลงพื้นที่ศึกษาดูงานและสำรวจสภาพพื้นที่โครงการ ระหว่างวันที่ 23-25 มิถุนายน 2569
คณะทำงานฯ มีภารกิจหลักในการศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้นของโครงการก่อสร้างอุโมงค์เจาะภูเขาอย่างรอบด้าน ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ด้านเศรษฐศาสตร์ ด้านสิ่งแวดล้อม และการออกแบบเชิงแนวคิด ทั้งในส่วนของงานทาง งานโครงสร้าง และงานอุโมงค์ รวมถึงการพิจารณาวิธีการก่อสร้างที่เหมาะสม การบริหารจัดการความเสี่ยง และการประมาณราคาเบื้องต้น เพื่อให้ผลการศึกษาเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการพิจารณาแนวทางพัฒนาโครงการในระยะต่อไป
ทางหลวงหมายเลข 225 เป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงพื้นที่ภาคกลางตอนบนกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะช่วงทางผ่านภูเขาบริเวณเขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีลักษณะภูมิประเทศลาดชันและมีข้อจำกัดด้านการเดินทาง ทั้งในด้านทัศนวิสัย ความปลอดภัย ความเสี่ยงจากดินสไลด์ และสภาพการจราจรในช่วงทางภูเขา คณะทำงานฯ จึงได้คัดเลือกสายทางนี้เป็นโครงการนำร่อง (Sandbox Project) สำหรับการพัฒนาการออกแบบเชิงแนวคิดงานอุโมงค์เจาะภูเขาของกรมทางหลวง อันเป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านอุโมงค์มาประยุกต์ใช้กับโครงข่ายทางหลวงของประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงภูมิภาค และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมโดยรอบอย่างสมดุล
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะทำงานฯ ได้สำรวจสภาพพื้นที่ตามแนวเส้นทางโครงการบริเวณเขาพังเหย จังหวัดชัยภูมิ รวมถึงพื้นที่ชุมชน แหล่งน้ำ และพื้นที่สำคัญด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้รับข้อมูลจากสภาพพื้นที่จริง เข้าใจข้อจำกัดของพื้นที่อย่างรอบด้าน และนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางพัฒนาโครงการให้เหมาะสมทั้งด้านวิศวกรรม การคมนาคม ความปลอดภัย และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ คณะทำงานฯ และผู้เชี่ยวชาญจาก JICA ได้ร่วมจัดการประชุมเชิงวิชาการ (Mini Technical Seminar) เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวางแผน ออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการงานอุโมงค์เจาะภูเขา โดยผู้เชี่ยวชาญจาก JICA ได้ให้ข้อเสนอแนะด้านวิศวกรรม ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการความเสี่ยง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดแนวทางพัฒนาโครงการให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
คณะทำงานฯ ยังได้ร่วมศึกษาดูงานอุโมงค์คลองไผ่ ภายใต้โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน จังหวัดนครราชสีมา ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อเรียนรู้แนวทางการออกแบบ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการงานอุโมงค์จากโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการจริง ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อนำองค์ความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาความเหมาะสมและพัฒนาโครงการอุโมงค์เจาะภูเขาบนทางหลวงหมายเลข 225 ต่อไป
กรมทางหลวงมุ่งหวังให้การศึกษาครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและยกระดับองค์ความรู้ด้านอุโมงค์เจาะภูเขาของประเทศ ตลอดจนเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาโครงการลักษณะเดียวกันในอนาคต โดยบูรณาการความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยในการเดินทาง การเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน
กรมทางหลวงชวนปักหมุด ทล.3 เช็กอิน “วัดธรรมกตัญญู” เสริมสิริมงคลใกล้กรุง ชมความอลังการสถาปัตยกรรมศาลเจ้าจีนโบราณ
อธิบดีกรมทางหลวง ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบนโยบายแก่ผู้ปฏิบัติงานในสังกัด สทล.2 พร้อมติดตามผลการดำเนินงานและเน้นย้ำความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ใช้ทาง และผู้ที่อาศัยสองข้างทางหลวง