Department of Highways
14/10/2569 จำนวนผู้เขาชม: 163 คน
กรมทางหลวง โดยศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ภัยพิบัติ (ICC) รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในโครงข่ายทางหลวง ประจำวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 11.45 น. พบทางหลวงได้รับผลกระทบใน 11 จังหวัด จำนวน 32 สายทาง รวม 55 แห่ง โดยการจราจรผ่านได้ 29 สายทาง รวม 49 แห่ง และผ่านไม่ได้ 5 สายทาง รวม 6 แห่ง ในจังหวัดปราจีนบุรี ระยอง และกาญจนบุรี
จุดที่ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ มีดังนี้
จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 4 แห่ง
• ทางหลวงหมายเลข 3076 อำเภอบ้านสร้าง ช่วง กม.27+000–กม.29+000
• ทางหลวงหมายเลข 3079 อำเภอศรีมหาโพธิ ช่วง กม.8+400–กม.17+500
• ทางหลวงหมายเลข 3481 อำเภอบ้านสร้าง ช่วง กม.36+650–กม.39+000
• ทางหลวงหมายเลข 3481 อำเภอบ้านสร้าง ช่วง กม.26+000–กม.27+500
จังหวัดระยอง จำนวน 1 แห่ง
• ทางหลวงหมายเลข 3145 อำเภอเมืองระยอง ช่วง กม.9+300–กม.9+500
จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 1 แห่ง
• ทางหลวงหมายเลข 3480 อำเภอหนองปรือ ช่วง กม.30+109–กม.30+121
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบแต่การจราจรยังผ่านได้ รวม 49 แห่ง อยู่ในจังหวัดปราจีนบุรี 9 แห่ง กรุงเทพมหานคร 4 แห่ง นครนายก 13 แห่ง ปทุมธานี 6 แห่ง พระนครศรีอยุธยา 3 แห่ง สมุทรสาคร 4 แห่ง สุพรรณบุรี 1 แห่ง ฉะเชิงเทรา 5 แห่ง กาญจนบุรี 3 แห่ง และเพชรบุรี 1 แห่ง ทั้งนี้ การผ่านได้ในพื้นที่น้ำท่วมยังต้องใช้ความระมัดระวัง และปฏิบัติตามป้ายเตือนหรือคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
กรมทางหลวงขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทาง หลีกเลี่ยงจุดที่ยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และตรวจสอบเส้นทางเลี่ยงที่เหมาะสมกับจุดหมายและประเภทรถก่อนออกเดินทาง โดยสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมติดตามสถานการณ์ล่าสุดผ่านระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ HDMS ที่ https
://hdms.doh.go.th
กรมทางหลวงรายงานสถานการณ์ภัยพิบัติบนโครงข่ายทางหลวง 22 จังหวัด 164 แห่ง สัญจรได้ 123 แห่ง ผ่านไม่ได้ 41 แห่ง แนะประชาชนตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง
อธิบดีกรมทางหลวง ติดตามโครงการเลี่ยงเมืองอ่างทอง รับฟังปัญหางานก่อสร้าง พร้อมมอบนโยบาย สทล.12 เน้นย้ำความปลอดภัย เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้ทาง