ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
กรมทางหลวงเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ ขยายสาย บางปู – อ.บางปะกง เป็น 6 ช่องจราจร แล้วเสร็จ
ลงวันที่ 18/04/2565

กรมทางหลวงโดย สำนักก่อสร้างทางที่ 1 เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 3  สาย บางปู – อ.บางปะกง ระหว่าง กม.47+450 – กม.76+022 ระยะทาง  28.75 กิโลเมตร แล้วเสร็จ ในพื้นที่ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ถึง อำเภอบางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม  ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ต้องการบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาตะวันออก นำความเจริญมาสู่ทุกภูมิภาค

 

กรมทางหลวงตระหนักถึงความสำคัญในการคมนาคมขนส่งที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่ประชาชนและรองรับการพัฒนาทางหลวงรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ปัจจุบันทางหลวงหมายเลข 3 หรือถนนสุขุมวิท มีปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น กรมทางหลวงจึงได้มีการปรับปรุงขยายช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3 สาย บางปู – อ.บางปะกง ซึ่งเป็นทางหลวงช่วงสุดท้ายที่ยังคงเป็น 2 ช่องจราจร มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในบริเวณพื้นที่เป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สมบูรณ์ ต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของทางหลวง การเดินทางและการขนส่งสินค้าได้รับความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย และเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกโดยสามารถขนส่งสินค้าจากทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี มาที่สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ได้อีกเส้นทางหนึ่ง

 

โครงการก่อสร้างสายแยกทางหลวงหมายเลข 3 สาย บางปู – อ.บางปะกง แบ่งการก่อสร้างเป็น 5 ตอน ระหว่าง กม.47+450 – กม.76+022 ระยะทางยาวประมาณ  28.75 กิโลเมตร ในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ และ อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โครงการดังกล่าวเป็นงานก่อสร้างขยายช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 3 ก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 6 ช่องจราจร ขยายคันทางจาก 2 ช่องจราจร เป็น 6 ช่องจราจร (ไป-กลับ ข้างละ 3 ช่องจราจร) กว้างช่องละ 3.5 เมตร ผิวทางและไหล่ทางเป็นแอสฟัลท์คอนกรีต  ไหล่ทางด้านนอกกว้าง 2.5 เมตร แบ่งทิศทางจราจรด้วยเกาะกลางแบบยก กว้าง 5.1 เมตร รวมคอนกรีตแบริออร์ กว้างข้างละ 0.7 เมตร  พร้อมทั้งก่อสร้างคันกั้นน้ำและการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด งบประมาณ 2,175,236,534 บาท

 

เมื่อโครงการดังกล่าวก่อสร้างแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายโลจิสติกส์ของประเทศ เพื่อพัฒนาไปสู่การเป็นศูนย์กลางคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน เกิดวามสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการเดินทางทำให้โครงข่ายทางหลวงและทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองของประเทศมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุบนถนน  ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของจังหวัดใกล้เคียง อีกทั้งยังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคให้ดีขึ้น กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ชีวิตวิถีใหม่ ขับขี่อย่างปลอดภัย ไร้อุบัติเหตุ” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)


'
 
Copyright © 2017 Department of Highway. All Right Reserved.